[เรื่องสั้น] จับโจร
posted on 19 May 2012 22:07 by pumpkin29วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ (เพราะเอนที่ก่อนคนชมเยอะ 555)
ขอเขียนเรื่องสั้นแบบด้นสดให้อ่านกันเล่นๆ
*****************************************
มีเพื่อนซี้กันอยู่4คน พวกเขาสนิทสนมกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
2คนทำงานเป็นใหญ่เป็นโตในบริษัทชื่อดัง
อีกคนนึงมีบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อ
ส่วนอีกคนทำงานรับจ้าง รับเป็นจ็อบๆ พอมีกินมีใช้แบบเดือนชนเดือน
อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อน2คนเกิดไอเดีย(หรืออาจจะว่างงาน)
อยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นซูชิสายพาน
เอ้า เปิดก็เปิด เพื่อนๆ4คนเห็นพ้อง
แต่คนร่วมหุ้นมีเพียงสองคน เพราะอีกสองคนที่ทำงานบริษัทไม่มีเวลามาดูแล
กิจการไปได้สวย เพราะได้สมองการตลาดและการจัดการจากเพื่อนที่ทำงานบริษัท
ส่วนคนที่มีบริษัทของตัวเอง มีแต่เงิน ,สมองกับเวลาไม่ค่อยจะมี
อีกคนที่รับจ็อบเลยเหมือนผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องลงมือทำทุกอย่างในร้าน
"เห้ย ว่าไงเพื่อน วันนี้คนเยอะป่าววะ" วุด เพื่อนนักการตลาดถาม
"ก็เท่าที่เห็นนี่แหละ" เส ว่าที่ผู้จัดการร้านตอบอย่างร่าเริง
สำหรับคืนวันพุธ แต่มีคนนั่งอยู่เกือบเต็ม ถือว่าเยอะทีเดียว
"งี้ก็กำไรดีแย่ มาเลี้ยงบ้างเลย เอาแซลม่อนมา7ตัวซิ"
ทิว เพื่อนอีกคนที่ทำงานบริษัทไอที แกล้งแซว
วุดกับทิวอยู่กินข้าวด้วยกันจนกระทั่งเกือบปิดร้าน
ระหว่างนั้น เสต้องคอยดูแลร้านจนไม่มีเวลามานั่งด้วย
ทิวเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ เสเห็นเพื่อนนั่งคนเดียวจึงมานั่งเป็นเพื่อน
"กินอิ่มมั้ยวะ มื้อนี้ไม่ต้องจ่ายเลย กูเลี้ยงเอง" เสพูด
"เห้ย ไม่ได้ๆๆ ไอ้ต่อบ่นอยู่ว่าช่วงนี้กำไรไม่ดี ไว้กลับมาดีเหมือนเดิมแล้วค่อยว่ากัน"
เสยังไม่ทันได้พูดอะไร ทิวซึ่งแอบไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์แล้ว ก็ออกมาพอดี
เพื่อนทั้งสองจึงกลับออกจากร้าน
"ได้ไฟล์ของร้านมาป่าววะ กูใจร้อน มึงเปิดใส่โน้ตบุ๊คให้ดูเดี๋ยวนี้เลย"
วุดพูดกับทิวขณะกำลังเดินไปลานจอดรถ
"โห ไอ้บ้า ใจเย็นดิวะ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยดูดิ" ทิวบอกปัด
"ไม่ ถ้าไม่ดูในรถ มึงถึงบ้านแล้วส่งไฟล์เข้าเมลมาด้วย"
ทิวถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปหยิบโน้ตบุ๊คที่เบาะหลังมาเปิด
"เร็วๆเลยมึง กูเหนื่อย พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า"
วุดไม่พูดอะไร ไล่ดูหน้าจออยู่พักนึง สีหน้าเริ่มเครียดขึ้นเรื่อยๆ
**********************************
สองเพื่อนสนิทนั่งกันอยู่ที่ร้านกาแฟแบรนด์ดัง ที่ห้างหนึ่งย่านกลางเมือง
พวกเขากำลังถกเถียงกันอยู่ว่า จะทำอย่างไรกับสิ่งที่พึ่งรู้มา
"กูไม่นึกว่ามันจะทำแบบนี้ได้ มันคงทำไปเพราะมีเหตุผลอะไรซักอย่าง"
"แต่ถ้ามันทำ ก็เท่ากับว่ามันหักหลังไอ้ต่อ แค่นั้นก็พอแล้ว"
วุดก้มลงดูนาฬิกาในมือ จวนจะได้เวลาที่ผู้ต้องหาจะมาถึงแล้ว
"กูเชื่อว่าลึกๆแล้วมันไม่ใช่คนแบบนั้น มันคงต้องมีอะไรจำเป็น
ขอให้มันได้อธิบายดูก่อน ไม่แน่พวกเราอาจจะเข้าใจผิดก็ได้"
"ไม่มีทางหรอก ผู้ร้ายที่ไหนจะยอมรับสารภาพวะ
คนเราทำผิดได้ครั้งนึง เดี๋ยวมันก็มีครั้งที่สอง สาม
เสียเวลาเปล่าจริงๆ กูไม่น่าเชื่อมึงเลย ให้กูไปบอกไอ้ต่อเหอะ"
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะทำอะไร เสก็มาถึง
พวกเขานั่งคุยกันอยู่นาน
จนกระทั่งเสกลับไปก่อน พวกเขาก็ยังคงนั่งคุยกันต่อว่าจะทำอย่างไร
เมื่อรับรู้เหตุผลของการกระทำ มันก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้ยากขึ้ัน
"กูว่า แบบนี้แหละ ให้โอกาสมันหน่อย แค่นี้มันก็ลำบากจะแย่"
"เพื่อนบ้าอะไรหักหลังเพื่อน จริงๆหน้าที่ตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับมัน
ต้องเป็นไอ้ต่อสิที่ทำ เราเป็นแค่คนจับโจร ก็ต้องส่งต่อให้หุ้นส่วนกันตัดสิน"
"คิดมากไปป่าววะ"
"ทำไม กูก็แค่รู้สึกว่า เราควรพูดความจริง แล้วที่เหลือก็ให้ต่อมันตัดสิน
เป็นตำรวจแค่หาหลักฐาน เรื่องตัดสินให้ศาลเป็นคนทำนู่น"
"ไม่ มึงผิดแล้ว เรื่องนี้ไม่มีโจร ไม่มีตำรวจ มีแต่พวกเราเพื่อนกันสี่คน
กูทำในสิ่งที่เพื่อนกันควรจะทำ และกูเชื่อว่าต่อก็จะทำแบบกู"
**********************************
จบห้วนๆไปหน่อยเนอะ
แบบว่าด้นสดจริงๆ ได้แค่นี้แหละ
บางทีความเป็นเพื่อน มันก็ไม่มีกฎอะไรมาตัดสินได้หรอกเนอะ
หรือคุณคิดว่าไง?
Tags: short, story, เรื่องสั้น3 Comments

